วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ไขปริศนา “แมวกลัวแตงกวา” และทำไมคุณไม่ควรแกล้งมัน !



ไขปริศนา “แมวกลัวแตงกวา” และทำไมคุณไม่ควรแกล้งมัน !

“การสร้างความเครียดให้กับสัตว์ ไม่ใช่เรื่องดี” 
นักพฤติกรรมสัตว์ Jill Goldman พูดถึงประเด็นคลิปไวรัล “แหย่แมวด้วยแตงกวา” ที่กำลังฮอตฮิตกับทาง NATGEO 

“และถ้าคุณแกล้งมันเพียงเพื่อความขบขัน มันทำให้ฉันต้องตั้งคำถามกับมนุษยธรรมในตัวคุณเลย” 

“ตามปกติแตงกวา มันก็ไม่ควรวางไว้บนพื้น”   ซึ่งคุณเองและแมว ก็เข้าใจ Concept นี้พอๆกัน 


ในขณะแมวกำลังหม่ำข้าวอยู่ แสดงว่าในอาณาบริเวณนั้น 
พวกมันรู้สึกถึงความปลอดภัย (safety and security) เพียงพอที่จะกินโดยไม่ถูกรบกวน 

แต่เมื่อคุณแอบเอาแตงกวาไปวางไว้ข้างหลังโดยที่มันไม่รู้ตัว อาณาเขตความปลอดภัยของมันจะถูกคุกคาม 
ปฏิกิริยาผวา (startle responses) จะเกิดขึ้นทันทีจากการสั่งการอัตโนมัติบริเวณก้านสมอง (Brainstem) 
ร่างกายทุกส่วนจะตื่นตัวอย่างฉุกเฉิน ซึ่งแมวจะกระโดดตัวลอยเพื่อหนีให้พ้นภัยมากที่สุด (ซึ่งตอนนี้คุณตลก แต่แมวไม่ตลกด้วย) 


หน้าตา“แตงกวา” ก็ไม่ต่างจาก “งูเขียว” ที่เป็นสัตว์นักล่าที่บรรพบุรุษแมวรุ่นก่อนหน้า
ปลูกฝังผ่านพันธุกรรมมาแล้วว่า   “ถ้าเจอไอ้นี่ หนีดีกว่าพวก”

ผลที่ตามมาคือ แมวคุณอาจช็อคได้ พวกมันอาจสูญเสียความไว้ใจที่มีต่อคุณ และอาจรู้สึกว่าบริเวณที่กินข้าวนั้นไม่ปลอดภัยอีกต่อไป 
ในระยะยาวจะส่งผลต่อพฤติกรรมอีกหลายตลบ  ที่ล้วนก่อปัญหาให้การเลี้ยงแมวของคุณ

อย่าแกล้งแมว แมวกลัวเด้อ!

แมวหน้าบึ้งขวัญใจชาวเน็ต ทำรายได้แล้วกว่า3พันล้านบาท!



แมวหน้าบึ้งขวัญใจชาวเน็ต ทำรายได้แล้วกว่า3พันล้านบาท!

แมวหน้าบึ้งขวัญใจชาวเน็ต ทำรายได้แล้วกว่า3พันล้านบาท!

'ทาร์ด'หรือเจ้าแมวหน้าบึ้ง ขวัญใจชาวเน็ต ทำรายได้แล้วกว่า 3,000ล้านบาท เว็บไซต์ข่าวมิร์เรอร์ อังกฤษ รายงานว่า 'ทาร์ด'เจ้าแมวหน้าบึ้ง ขวัญใจผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ได้สร้างรายได้ถล่มทลายเข้ากระเป๋าไปแล้วถึงกว่า60 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3,180 ล้านบาท โดยได้รับเงินจากการเล่นโฆษณา การโปรโมทสินค้าต่างๆ การออกหนังสือ รวมถึงการมีภาพยนตร์เป็นของตัวเอง ซึ่งจะกำหนดฉายในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ด้วย

อนึ่ง เจ้าแมวซุปเปอร์สตาร์ตัวนี้ เป็นเพศหญิง มีอายุ 2 ขวบ เอกลักษณ์ที่ชัดเจนของมันคือ มีลักษณะสีหน้าที่แลดูเหมือนมีอารมณ์หงุดหงิดไม่พอใจอยู่ตลอดเวลา โดยโด่งดังจากการที่ น้องชายของผู้เป็นเจ้าของแมวหน้าบึ้งตัวนี้ได้เผยแพร่ภาพของมันลงโซเชียลมีเดีย และในเวลาต่อมาเกิดการแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นกระแสดังบนสื่อออนไลน์ไปทั่วโลก ขณะนี้ หน้าเฟซบุ๊กของเจ้าแมวตัวนี้ มีคนกดไลค์กว่า6 ล้านคนทั่วโลกแล้ว


วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562

แมวพันธุ์สโนว์ชู (Snowshoe)

แมวพันธุ์สโนว์ชู (Snowshoe)



ลักษณะทางกายภาพ

แมวพันธุ์สโนว์ชูจะมีขนที่สั้นและมีความอ่อนนุ่ม ประกอบไปด้วยสีฟ้า สีม่วง สีน้ำตาล หรือลตัวที่มีสีซีดแต่มีสีเข้มตามรยางค์ ได้แก่ ใบหน้า หู หาง หรือ เท้า แมวสโนว์ชูเป็นแมวที่มีลำตัวยาวขนาดปานกลางที่มีดวงตาสีฟ้า นอกจากนี้ยังรูปร่างเป็นนักกีฬาและมีความแข็งแรง เท้าของแมวที่มีสีขาวจะเป็นส่วนที่โดดเด่นที่สุดที่ทำให้แยกออกจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆได้ โดยปกติแล้วสีขาวนั้นมักจะยาวขึ้นมาถึงระดับข้อเท้า ทำให้เหมือนแมวกำลังใส่ถุงเท้าหรือรองเท้าบูท

บุคลิกภาพและอารมณ์

ถ้าหากว่าคุณเจ้าของต้องการแมวที่ชอบการอยู่อย่างสันโดษหรือมีความสัมพันธ์กับความครอบครัวเพียงเล็กน้อยนั้น ขอบอกเลยว่าแมวสโนว์ชูนั้นไม่เหมาะกับคุณ เนื่องจากแมวสโนว์ชูนี้เป็นแมวที่มีความเป็นมิตรและชอบความสนใจ โดยเฉพาะต้องการได้รับความรัก แมวพันธุ์นี้ไม่เหมาะต่อการถูกทอดทิ้งเป็นระยะเวลานานๆ ค่อนข้างที่จะชอบเข้าสังคม แมวพันธุ์นี้ค่อนข้างเข้าได้ดีกับทุกคน แต่จะมีแนวโน้มที่จะชื่นชอบคนใดคนหนึ่งในบ้านมากเป็นพิเศษและจะมีความอายเมื่อพบเห็นคนแปลกหน้า สโนว์ชูเป็นแมวที่ฉลาดและมีอารมณ์ดี มีความชื่นชอบน้ำและไม่กลัวที่ตัวจะเปียกน้ำ ในบางครั้งแมวอาจจะไปว่ายน้ำในอ่างอาบน้ำบ้าง สโนว์ชูไม่ใช่แมวที่ชอบส่งเสียงแต่ก็ไม่ใช่แมวที่เงียบด้วย แมวพันธุ์นี้มักจะชอบส่งเสียงและชอบพูดคุย

ประวัติและที่มา

ในช่วงปลายปี 1960 นักปรับปรุงพันธุ์แมววิเชียรมาศชาว Philadelphia ได้เริ่มทำการหาลูกแมวสามตัวที่มีลักษณะของแมววิเชียรมาศที่พบเห็นได้บ่อย แต่จะมีลักษณะที่เหมือนใส่ถุงเท้าขาว และได้อุทิศเวลาทั้งหมดของเธอกับการพัฒนาสายพันธุ์นี้ แต่การดำเนินงานนั้นเป็นไปค่อนข้างช้าและมักไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เธอจึงเริ่มขอความช่วยเหลือจากนักปรับปรุงพันธุ์อีกคน ชื่อ Vikki Olander จากเมือง Norfolk ประเทศ Virginia โดย Vikki ได้ทำตามแผนเดิมของเธอโดยการผสมแมววิเชียรมาศกับแมวขนสั้นของอเมริกาเพื่อให้ได้ลักษณะที่ต้องการ
ในปี 1974 สมาคมคนรักแมวและสมาคม American Cat Association ได้ยอมรับแมวพันธุ์สโนว์ชูเป็นแมวสายพันธุ์การทดลอง ซึ่งการดำเนินงานก็ยังคงเป็นไปอย่างช้าๆ เนื่องจากมีนักปรับปรุงพันธุ์จำนวนน้อยที่ให้ความสนใจ จนถึงปี 1977 ก็ยังมีเพียงแมวสโนว์ชูจำนวนหนึ่งที่ได้รับการจดทะเบียน ในอีกไม่กี่ปีต่อมาแมวสโนว์ชูได้รับความสนใจมากขึ้น Vikkiได้ร่วมทำงานกับนักปรับปรุงพันธุ์อื่นๆอีกมากมาย และผลจากการทำงานหนักทำให้ประสบความสำเร็จ ทำให้กลุ่มคนรักแมวได้เลื่อนระดับของแมวสโนว์ชูจากแมวที่ทำการทดลองไปเป็นแมวสายพันธุ์ชั่วคราว และในปี 1982 แมวสโนว์ชูได้รับการอนุมัติการเป็นแชมป์จากกลุ่มคนรักแมว และสมาคม American Cat Fanciers Associationได้ทำการอนุมัติตามมาในปี 1990 และในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปั้น แมวสโนว์ชูตัวแรกที่ได้รับรางวัล คือ Birmack Lowansa ของ Nishna

แมวสโนว์ชูนั้นเป็นแมวที่พบได้ค่อนข้างน้อยเนื่องจากมีลักษณะที่มีความจำเพาะมาก และมักจะไม่มีการผสมข้ามกับแมวขนสั้นอเมริกันแล้ว โดยนักปรับปรุงพันธุ์จะชื่นชอบแมวขนสั้นที่มีลักษณะเดิมของแมววิเชียรมาศมากกว่า แม้ว่าช่วงแรกจะมีการพัฒนาอย่างช้าๆแต่ว่าแมวสายพันธุ์ใหม่นี้ได้เริ่มเข้ามาครองใจเหล่าคนรักสัตว์เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก

ที่มา : https://www.honestdocs.co/snowshoe-cat-breed

แมวพันธุ์เปอร์เซีย (Persian Cat)

แมวพันธุ์เปอร์เซีย (Persian Cat)



ลักษณะภายนอก

แมวเปอร์เซียเป็นแมวที่มีขนาดปานกลาง อีกทั้งยังมีร่างกายที่ทรงตัวได้ดีและมีใบหน้าที่ดูน่ารัก นอกจากนี้มันยังมีศีรษะที่ทั้งใหญ่และเป็นรูปทรงกลม มีหูขนาดเล็ก และมีหางสั้นเมื่อเทียบกับแมวพันธุ์อื่นๆ เดิมทีแล้วแมวพันธุ์นี้มีจมูกและปากที่สั้น เมื่อเวลาผ่านไป ลักษณะที่ว่าก็ยิ่งเด่นชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในแถบทวีปอเมริกาเหนือ อย่างไรก็ตาม แมวเปอร์เซียเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพมากมาย โดยเฉพาะปัญหาไซนัสและการหายใจ นอกจากนี้แมวเปอร์เซียที่มีหน้าและปากสั้นอาจมีฝุ่นและเศษขยะสะสมภายในรูจมูก ทำให้ยากต่อการหายใจ
อย่างไรก็ตาม แมวเปอร์เซียมีชื่อเสียงในแง่ที่มันมีขนยาวและเหมือนผ้าไหมที่ส่องแสงแวววาว แม้ว่าแมวสีเงินจะได้รับความนิยมในปัจจุบัน แต่ความจริงแล้วแมวชนิดนี้มีสีขนมากกว่า 80 สี ตัวอย่างเช่น สีดำ สีน้ำเงิน สีครีม และสีที่เหมือนกับเขม่าควัน

นิสัยและอารมณ์

แมวพันธุ์นี้สามารถอยู่เฉยๆ เป็นเวลานาน แต่มันกลับเป็นแมวที่ฉลาดมากและรักการเล่น เพียงแต่ไม่ได้ขี้สงสัยเหมือนกับแมวพันธุ์อื่นๆ อย่างไรก็ตาม แมวเปอร์เซียนับว่าเป็นเพื่อนที่ดี โดยเฉพาะหากคุณกำลังมองหาแมวที่น่ารักและว่านอนสอนง่าย นอกจากนี้แมวเปอร์เซียยังชอบแสดงความรักมากและเพลิดเพลินกับการถูกลูบตัว และมันจะไม่รบกวนเพื่อเรียกร้องความสนใจ

การดูแล

แมวพันธุ์นี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของเป็นอย่างมาก เจ้าของจำเป็นต้องหวีขนทุกวันเพื่อให้ขนแมวอยู่ในสภาพที่สวยงาม เป็นทรง และไม่พันกัน อย่างไรก็ตาม เจ้าของบางคนอาจตัดขนให้แมว โดยเฉพาะรอบๆ รูก้น เพื่อป้องกันไม่ให้อุจจาระติดขน

ความเป็นมาและภูมิหลัง

แมวเปอร์เซียได้เข้าร่วมในงานโชว์แมวที่จัดขึ้นที่ Crystal Palace ณ ประเทศอังกฤษเมื่อช่วงต้นปี ค.ศ.1871 ในปีเดียวกันนี้ Cat Fanciers Association (CFA) ได้ขึ้นทะเบียนแมวเปอร์เซียเป็นครั้งแรก บรรพบุรุษของแมวพันธุ์นี้ถูกพบในยุโรปช่วงต้นศตวรรษที่ 16 ซึ่งมันอาจถูกพามาโดยชาวโรมันและชาวฟีนีเชียนจากเปอร์เซียและตุรกี
อย่างไรก็ดี ยังเป็นที่เชื่ออย่างกว้างขวางว่ายีนส์ด้อยของแมวขนยาวพบได้ในแมวตามธรรมชาติที่อาศัยอยู่ในบริเวณภูเขาของเปอร์เซีย อย่างไรก็ดี แมวเปอร์เซียเหล่านี้ถูกนำเข้ามายังอิตาลีในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยนักเดินทางชาวอิตาเลียนที่มีชื่อว่า Pietro della Valle ซึ่งในหนังสือที่เขาบันทึกนั้นมีการระบุว่าแมวเปอร์เซียเป็นแมวสีเทาที่มีขนยาวเหมือนผ้าไหม
นอกจากนี้นักดาราศาสตร์ที่มีชื่อว่า Nicholas-Claude Fabri de Peiresc  ก็ได้นำแมวเปอร์เซียจำนวนมากจากประเทศตุรกีมายังประเทศฝรั่งเศส หลังจากนั้นแมวเปอร์เซียก็ถูกนำเข้ามาในประเทศอังกฤษโดยนักเดินทาง ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เป็นยุคแห่งความรุ่งเรืองของแมวเปอร์เซีย ซึ่ง Blue Persians เป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก เพราะสมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรียแห่งสหราชอาณาจักรทรงเลี้ยงแมวชนิดดังกล่าว 2 ตัว อย่างไรก็ตาม แมวเปอร์เซียไม่ถูกนำเข้าไปในแถบทวีปอเมริกาเหนือจนกระทั่งศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นช่วงที่ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็ว

แมวพันธุ์วิเชียรมาศ (Siamese Cat)

แมวพันธุ์วิเชียรมาศ (Siamese Cat)



ลักษณะภายนอก

แมวพันธุ์วิเชียรมาศมีใบหูขนาดใหญ่ที่โดดเด่น และมีดวงตาสีน้ำเงินชวนดึงดูด ขนที่สั้นและละเอียด รวมถึงโครงร่างที่ยาวเรียวยิ่งทำให้แมวมีรูปร่างที่ดูผอมเพรียวและมีขนที่ดูสลวย โดยทั่วไปแล้วแมวชนิดนี้มี 4 สีคือ สีครั่ง สีช็อกโกแลต สีน้ำเงิน และสีกลีบบัว ซึ่งลำตัวของแมวจะมีสีเหล่านี้แต่จะมีสีเข้มมากเป็นพิเศษบริเวณใบหน้า ใบหู เท้า และหาง

นิสัยและอารมณ์

แมวชนิดนี้เป็นแมวที่ชอบเข้าสังคมและชอบอยู่กับมนุษย์ อีกทั้งยังเป็นแมวที่ชอบส่งเสียงร้อง อย่างไรก็ตาม แมวพันธุ์นี้อาจไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน เพราะแมวจะเหงาและเศร้าได้อย่างง่ายดาย เจ้าของจำเป็นต้องดูแลแมวอย่างระมัดระวัง หากคุณให้ความรัก มีความอดทน และดูแลมันอย่างดี แมวพันธุ์นี้ก็จะเป็นเพื่อนที่ดีสำหรับคุณ

ความเป็นมาและภูมิหลัง

แมวที่มีชื่อเสียงระดับโลกพันธุ์นี้มีภูมิหลังที่ยาวนานและเต็มไปด้วยสีสัน ทั้งนี้แมววิเชียรมาศมีต้นกำเนิดมาจากประเทศไทย หรือชื่อเดิมคือ สยาม ด้วยความที่มันเป็นแมวที่มีรูปลักษณ์และพฤติกรรมที่น่าสนใจ ทำให้แมวเป็นที่ชื่นชอบในหมู่ราชวงศ์ เมื่อมีสมาชิกในราชวงศ์สวรรคต มีความเชื่อว่าแมววิเชียรมาศจะเป็นผู้รับจิตวิญญาณ นอกจากนี้แมววิเชียรมาศก็ยังถูกนำไปเลี้ยงในวัด โดยทำหน้าที่เป็นแมวรับใช้
อย่างไรก็ดี แมววิเชียรมาศยังไปปรากฏใน Cat Book of Poems ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนด้วยลายมือในระหว่างปี ค.ศ.1350 และ ค.ศ.1767 ซึ่งได้มีการอธิบายว่าแมววิเชียรมาศมีรูปร่างที่ผอมเพรียว และมีสีดำบริเวณหู หาง เท้า และมีขนสีซีดบริเวณอื่นๆ ของลำตัว
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการทราบที่แน่ชัดว่าแมวพันธุ์นี้เข้ามาปรากฏตัวในประเทศอังกฤษเมื่อไร แต่มีบันทึกล่าสุดระบุว่า มีแมววิเชียรมาศคู่หนึ่งถูกมอบให้กับพี่สาวของเอกอัครราชทูตชาวอังกฤษที่ประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ ในปี ค.ศ.1884  และแมวเหล่านี้ก็ได้ปรากฏตัวในลอนดอนปีถัดมา ซึ่งมีหลักฐานล่าสุดระบุว่ามันได้แสดงตัวครั้งแรกในงาน Cat Show เมื่อปี ค.ศ.1871 แต่ปรากฏว่ามันไม่ได้รับการยอมรับสักเท่าไร ถึงกระนั้นก็ตาม แมววิเชียรมาศกลับขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว และเริ่มได้รับความนิยมในภูมิภาคอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ดี มีการรายงานว่าแมววิเชียรมาศตัวแรกที่ถูกนำเข้าไปในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นถูกมอบให้กับ Mrs. Rutherford B. Hayes ซึ่งเป็นภริยาของประธานาธิบดีคนที่ 19 ในปี ค.ศ.1978 และในช่วงศตวรรษที่ 20 แมววิเชียรมาศได้เข้าร่วมงานแสดงแมวมากมาย และในปัจจุบันก็ได้กลายเป็นแมวพันธุ์ขนสั้นระดับต้นๆ

ที่มา : https://www.honestdocs.co/siamese-cat